ถั่งเช่า และ เห็ดหลินจือ มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคไตอย่างไร ?

โรคไต สามารถเกิดได้หลายสาเหตุ อาจเกิดจาการทำงานหนักของไต การรับประทานอาหารรสเค็ม และอาหารที่มีไขมันสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน สังเกตอาการผู้ป่วยโรคไต จะมีภาวะการปัสสาวะผิดปกติ

การดูแลรักษาโรคไต ก็ขึ้นอยู่กับภาวะอาการความรุณแรงโรค ของแต่ละบุคคล รวมถึงผู้ป่วยเป็นโรคไต บริเวณใด เช่น โรคไตวายฉับพลันจากเหตุต่างๆ , โรคไตวายเรื้อรังเกิดตามหลังโรคเบาหวาน โรคไตอักเสบ หรือโรคความดันโลหิตสูง, โรคไตอักเสบเนโฟรติก, โรคไตอักเสบจากภาวะภูมิคุ้มกันสับสน (โรค เอส.แอล.อี.), โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ, โรคถุงน้ำที่ไต เป็นต้น

ถั่งเช่ากับโรคไต …ดีจริงหรือ?

ปัจจุบันนี้การรักษาก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก มีการรักษาหลากหลายทางเลือก รวมถึงการเลือกใช้สมุนไพรในการบรรเทารักษา อย่างสมันไพรยอดฮิตในปีนี้ ก็ได้แก่ ถั่งเช่า ซึ่งเป็นสมุนไพรรักษาโรคไต ที่มีสารประโยชน์มากมาย สรรพคุณดีเยี่ยม ป้องกันโรคร้ายได้หลายโรค  รวมถึงโรคไตด้วย  ซึ่งมีหลากหลายสถาบันทั้งต่างประเทศ และในประเทศไทยเอง ทำการคิดค้นและวิจัยตัวสมุนไพร ถั่งเช่า นี้กันจำนวนมาก และผลจากการวิจัยก็พบว่า ถั่งเช่าสามารถ บำรุงไต และโรคอื่นๆได้จริง ยกตัวอย่างเช่น

นายแพทย์บุญเกียรติ เบญจเลิศ (ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนจีน จากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนแห่งนครเซี่ยงไฮ้ ) บอกอีกว่ามียาตำราจีนไม่น้อยกล่าวถึงประโยชน์ของถั่งเช่า เช่นในตำราเมื่อ 1000 ปีก่อน บอกว่ามีสรรพคุณรักษาปอด เสริมหยางไต หยุดการเลือดออกทางเสมหะ รักษาการไอเรื้อรัง ช่วยให้แข็งแรง บำรุงสตรีให้มีบุตรง่าย ปรับประจำเดือนให้เลือดลมดีขึ้น

 

ดร.สมศักดิ์ ศิวิชัย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโล ยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค/สวทช.) อธิบายว่า ข้อมูลอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการ ถั่งเช่ามีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะสารคอร์ไดเซปิน (Cordycepin) มีฤทธิ์บำรุงไต กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยรักษาสมดุลย์ของคลอเรสเตอรอลในหลอดเลือด รวมถึงฤทธิ์บำรุงกำลัง

Li และคณะ(2009) ได้ทำการทดสอบในผู้ป่วยที่ได้ทำการปลูกถ่ายไต จำนวน 202 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก (93 คน) ให้กินถั่งเช่า 3 กรัมต่อวันควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่สอง (109 คน) ให้กินเฉพาะยาแผนปัจจุบัน ผลการตรวจวัด serum creatinine (SCr) และ blood urea nitrogen (BUN) ไม่แตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม แต่กรดยูริค และโปรตีนในปัสสาวะนั้น ในกลุ่มที่ได้รับประทานถั่งเช่ามีค่าต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังจากปลูกถ่ายไตแล้ว 2-6 เดือน ปริมาณความเข้มข้นของ cyclosporine (CsA) ในเลือดของผู้ที่รับประทานถั่งเช่า ต่ำกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน ซึ่งเป็นดัชนีชี้ว่า ถั่งเช่าช่วยในการยอมรับการปลูกถ่ายไตของร่างกายได้ดีขึ้นมาก (อ้างอิง)

Jiang  และ Geo (1995) ได้ทำการทดสอบในคนไข้ 37 คน ที่มีปัญหาโรคไตวายเรื้อรัง โดยให้รับประทานถั่งเช่าในปริมาณ 5 กรัม ต่อวันติดต่อกัน 1 เดือน ผลปรากฏว่าค่าต่างๆ หลังจากการรับประทานแล้วดีขึ้นมาก ได้แก่ blood urea nitrogen, creatinine, urinary proteins, arterial blood pressure, superoxide dismutase, และ serum lipoperoxides.(อ้างอิง)

Zhang และคณะ (2014)จากการที่ถั่งเช่าถูกใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการแพทย์แผนจีน เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) ดังนั้นจึงได้มีการทบทวนผลงานวิจัยต่างๆ เพื่อประเมินด้านความปลอดภัย และ ประสิทธิผลของการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้  คณะผู้วิจัยได้รวบรวมผลงานวิจัยต่างๆที่ถูกตีพิมพ์ที่ผ่านมาในอดีตจนถึงเดือน เมษายน 2557 รวมทั้งสิ้น 22 งานวิจัย ซึ่งมีผู้ป่วยทั้งหมด 1746 ราย ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง และได้รับถั่งเช่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา  ผู้วิจัยได้ให้ความเห็นว่าถ้ามีการรับประทานถั่งเช่าควบคู่กับยาแผนปัจจบันจะมีประโยชน์ในการทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น จากการวัดค่าการทำงานของไต  ได้แก่ การลดระดับ serum creatinine, เพิ่ม creatine clearance, ลดการเกิดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (proteinuria) และช่วยลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆของโรคได้(อ้างอิง)

เห็ดหลินจือมีประโยชน์กับโรคไตจริงหรือ?

ต้องอ่านเรื่องนี้ดูค่ะ เป็นการศึกษาเมื่อปี 2548 เกี่ยวกับผลของเห็ดหลิงจือต่อไต

รศ.พญ.ดร.นริสา ฟูตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษาร่วมกับนักวิจัยหลายท่านได้นำไปสู่การนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไตร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เห็ดหลินจือได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องการสร้างสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเป็นพิษที่มีอยู่ในเลือดซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาโรคต่างๆ จึงเป็นที่มาของการนำพืชสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีอาการดื้อต่อการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน โดยปกติแล้วเซลล์บุผิวหลอดเลือดในร่างกายของเราจะทำหน้าที่สร้างสารขยายหลอดเลือดทำให้เลือดแข็งตัวและหลอดเลือดไม่อุดตัน จากการศึกษาวิจัยโดยการตรวจสอบน้ำเลือดของผู้ป่วยในหลอดทดลองซึ่งมีเซลล์บุผิวหลอดเลือดพบว่าน้ำเลือดในผู้ป่วยจะทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดตายในอัตราที่สูง เนื่องจากในน้ำเลือดของผู้ป่วยมีสารกระตุ้นการอักเสบ ซึ่งทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดรวมไปถึงเซลล์ไตตาย ในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง แสดงให้เห็นถึงภาวะสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเสียไป เลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงไตจึงพร่อง ทั้งนี้จากการศึกษาโดยการให้เห็ดหลินจือในรูปของแคปซูลแก่ผู้ป่วยโรคไตร่วมกับยาแผนปัจจุบันคือยาขยายหลอดเลือด ผลการศึกษาพบว่าสารที่เสริมการอักเสบมีภาวะลดน้อยลง สารต้านการอักเสบมีภาวะที่สูงขึ้นและทำให้การตายของเซลล์บุผิวหลอดเลือดลดลง มีเลือดไปเลี้ยงไตเพิ่มขึ้น อัตราการกรองของเสียเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันระดับของโปรตีนหรือไข่ขาวที่รั่วออกมาในปัสสาวะก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยฟื้นฟูสมรรถนะการทำงานของไตได้ดียิ่งขึ้น เป็นการยืดอายุการเข้าสู่ภาวะไตวายได้

สำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องไต แนะนำว่าควรจะพบแทพย์เพื่อตรวจไตอย่างละเอียด และปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำนะคะ เพราะไตเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอันหนึ่งของร่างกายค่ะ

เอกสารอ้างอิง

  1. Zhang HW, Lin ZX, Tung YS, Kwan TH, Mok CK, Leung C, Chan LS. Cordyceps sinensis (a traditional Chinese

medicine) for treating chronic kidney disease. Cochrane Database of Systematic Reviews 2014, Issue 12.

  1. Li Y, Xue WJ, Tian PX, Ding XM, Yan H, Pan XM, Feng XS. (2009). Clinical Application of Cordyceps sinensis on Immunosuppressive Therapy in Renal Transplantation. Tranplant Proc. 41(5): 1565-1569.
  2. Jiang JC, Gao YF. (1995). Summary of Treatment of 37 chronic renal dysfunction patients with Jinshuibao. J Admin Trad Chinese Med. 5 (suppl) : 23-24.
  3. จุฬาสัมพันธ์ ปีที่ 48 ฉบับที่ 24 วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2548

 

ผลิตภัณฑ์ดีไลท์ฟาร์มมีส่วนประกอบของสารสกัดถั่งเช่า 400 มก.ต่อแคปซูล และยังประกอบไปด้วย สารสกัดเห็ดหลินจือ ซึ่งมีข้อมูลว่ามีประโยชน์ต่อไต

กรณีศึกษา ผู้ป่วยโรคไต ที่รับประทาน ผลิตภัณฑ์ดีไลท์ฟาร์ม

กรณีศึกษาที่ 1 คุณสุพจน์ อายุ 77 ปี เป็นเบาหวานต้องฉีดอินซูลินเพื่อคุมระดับน้ำตาง มีภาวะไตเสื่อมจากเบาหวาน ร่วมกับมีอาการอ่อนเพลียบ่อยๆ

หลังทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดีไลท์ฟาร์มถั่งเช่า ได้ประมาณเดือนหนึ่ง ไตดีขึ้นจากผลการตรวจค่าไต (serum creatinine) ลดลงจาก 2.85 เหลือ 2.37 การคุมน้ำตาลทำได้ดีขึ้น และที่สังเกตเห็นได้คือ อาการอ่อนเพลียที่เคยมี ก็เริ่มดีขึ้น รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น สามารถออกแรงทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดีขึ้น ได้ไปปรึกษาคุณหมอที่รักษาประจำ ท่านให้ทานถั่งเช่าต่อได้เรื่อยๆ ไม่มีอันตรายใดๆ

ผลเลือดก่อนรับประทานดีไลท์ฟาร์ม: ค่าไต (serum creatinine) 2.49

อีก 2 เดือนต่อมา ค่าไต (serum creatinine) เพิ่มเป็น 2.85 แสดงถึงไตที่เสื่อมลง

เริ่มทานดีไลท์ฟาร์มปลายเดือนตุลาคม 2558  อีก 1 เดือนหลังจากนั้นไปตรวจร่างกาย พบว่า ค่าไต (serum creatinine) ลดลงเหลือ 2.37 อาการอ่อนเพลียลดลง

กรณีศึกษาที่ 2 มีหลายท่านที่มีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนอันเนื่องจากการทำงานของไตผิดปกติ ทำให้รบกวนการนอน เพราะต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ตื่นเช้ามาจะมีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากนอนไม่เต็มอิ่ม หลังจากได้ทานผลิตภัณฑ์ดีไลท์ฟาร์มแล้ว ทำให้อาการปัสสาวะตอนกลางคืนหายไป สามารถนอนหลับได้มากขึ้น ทำตื่นขึ้นมาตอนเช้ารู้สึกสดชื่นกว่าเมื่อก่อน

“ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปแล้วแต่บุคคล”

รู้อย่างนี้แล้ว คุณจะรอให้เป็นโรคไต หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไตแล้วค่อยมารักษา หรืออย่างไร สู้เราเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกายของเราตั้งแต่วันนี้….เพื่อสุขภาพและผลลัพธ์ที่ดีในวันข้างหน้า กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดีพี….