งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ สมุนไพรในดีไลท์ฟาร์ม

ผู้ที่มีร่างกายอ่อนล้า                                         

การศึกษาในผู้สูงอายุที่อ่อนล้าง่าย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกให้รับประทานถั่งเช่า 3 กรัม/วัน ติดต่อกันนานถึง 3 เดือน จำนวน 26 คน และอีกกลุ่มหนึ่งให้รับประทานยาหลอกจำนวน 27 คน ผลปรากฏว่าผู้ที่รับประทานถั่งเช่าจะหายจากอาการอ่อนล้าง่ายได้ ในขณะที่กลุ่มที่ได้ยาหลอกหายจากอาการอ่อนล้าง่ายเพียง 14% (อ้างอิง)

“ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปแล้วแต่บุคคล”

ผู้ป่วยเบาหวาน

การศึกษาโดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัม/วัน พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่ใช้ยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54% (อ้างอิง)

“ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปแล้วแต่บุคคล”

ผลต่อการทำงานของตับ

มีการศึกษาถั่งเช่า ในกลุ่มผู้ป่วยโรคตับ จำนวน 101 คน  อายุเฉลี่ย 67 ปี  เป็นระยะเวลาเฉลี่ย 13.4 เดือน  โดยผู้ป่วยเหล่านี้เป็นโรคตับแข็ง 84%, hepatitisC 63%, hepatitis B 18%, โรคมะเร็งตับ 9%  ซึ่งบางคนเป็น 2-3 โรคร่วมกัน ผลปรากฏว่า ผู้ป่วยที่ได้รับถั่งเช่า มีอายุยืนยาวกว่า ไม่มีผลข้างเคียง (อ้างอิง)
“ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปแล้วแต่บุคคล”

มะเร็ง
จากการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย โดยรับประทานถั่งเช่าควบคู่ไปกับการผ่าตัด ผลปรากฏว่า สามารถลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ โดยการไปกระตุ้นการสร้าง macrophage ซึ่งจะเป็นตัวที่คอยทำลายเซลล์มะเร็ง นอกจากนั้นก็มีการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านมะเร็ง (อ้างอิง)

การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

โดยทำการศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูก กระตุ้นให้อักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น interlukin-1beta (IL-1beta),  interlukin-6 (IL-6),  interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (IL-10) และ tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น (อ้างอิง)

“ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปแล้วแต่บุคคล”

การวิจัยในผู้ป่วยหอบหืด
ดิฉันขอนำเสนองานวิจัยล่าสุดในปี 2016 ที่แสดงให้เห็นว่าถั่งเช่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยหอบหืดด้วยค่ะ

โดยนักวิจัยจาก Department of Respiratory Medicine at the Beijing University of Chinese Medicine ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยหอบหืดที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรงจำนวน 120 คน โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 60 คน กลุ่มแรกได้รับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์พ่นชนิด ร่วมกับ ยาขยายหลอดลม (Beta2-adrenergic agonists) ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งได้รับยาดังกล่าวร่วมกับ รับประทานถังเช่า 1.2 กรัมต่อวัน เป็นเวลาสามเดือน

หลังจากสามเดือนนักวิจัยพบว่ากลุ่มที่ได้รับถังเช่ามีผลการ

  • การทำงานของปอดดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ( FEV1 and PEFR scores เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ) เมื่อเทียบกับกลุ่ม ที่ไม่ได้รับถั่งเช่า
  •    ระดับภูมิต้านทานที่ดีขึ้น ซึ่งแสดงถึงอาการอักเสบของหลอดลมที่ลดลง (มีการลดลงของ inflammatory markers เช่น IgE, ICAM-1, IL-4, and MMP-9)
  • อาการหอบหืดดีขึ้น ลดอาการกำเริบของหอบหืด นอนหลับได้ดีขึ้นและการตื่นกลางดึกลดลง

นักวิจัยยังได้ติดตามผู้ป่วยต่อเนื่องหลังจากหยุดการรับประทานถั่งเช่าแล้ว ก็พบว่าอาการหอบหืดดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับประทานถั่งเช่า

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไต
Jiang  และ Geo (1995) จากการทดสอบ ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 37 คน ให้รับประทานถั่งเช่า 3-5 กรัม/วัน ติดต่อกัน 1เดือน พบว่าถั่งเช่าเป็นสมุนไพรที่เหมาะกับอาการที่เกิดจากโรคไตที่ทำให้การทำงานของไตมีประสิทธิภาพดีขึ้น  และช่วยลดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะไตวาย ได้แก่ ลดความดันโลหิต ลดระดับโปรตีนในปัสสาวะ ลดการเกิดภาวะโลหิตจาง และช่วยเพิ่มเอนไซม์  superoxide dismutase (SOD) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ  สำหรับผู้ป่วยปลูกถ่ายไต  ที่รับประทานถั่งเช่า  จะพบว่ามีอุบัติการณ์เกิด Nephrotoxicity ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับถั่งเช่า (อ้างอิง) 

Zhang และคณะ (2014)จากการที่ถั่งเช่าถูกใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการแพทย์แผนจีน เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) ดังนั้นจึงได้มีการทบทวนผลงานวิจัยต่างๆ เพื่อประเมินด้านความปลอดภัย และ ประสิทธิผลของการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้  คณะผู้วิจัยได้รวบรวมผลงานวิจัยต่างๆที่ถูกตีพิมพ์ที่ผ่านมาในอดีตจนถึงเดือน เมษายน 2557 รวมทั้งสิ้น 22 งานวิจัย ซึ่งมีผู้ป่วยทั้งหมด 1746 ราย ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง และได้รับถั่งเช่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา  ผู้วิจัยได้ให้ความเห็นว่าถ้ามีการรับประทานถั่งเช่าควบคู่กับยาแผนปัจจบันจะมีประโยชน์ในการทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น จากการวัดค่าการทำงานของไต  ได้แก่ การลดระดับ serum creatinine, เพิ่ม creatine clearance, ลดการเกิดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (proteinuria) และช่วยลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆของโรคได้(อ้างอิง)

Li และคณะ(2009) ได้ทำการทดสอบในผู้ป่วยที่ได้ทำการปลูกถ่ายไต จำนวน 202 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก (93 คน) ให้กินถั่งเช่า 3 กรัมต่อวันควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่สอง (109 คน) ให้กินเฉพาะยาแผนปัจจุบัน ผลการตรวจวัด serum creatinine (SCr) และ blood urea nitrogen (BUN) ไม่แตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม แต่กรดยูริค และโปรตีนในปัสสาวะนั้น ในกลุ่มที่ได้รับประทานถั่งเช่ามีค่าต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังจากปลูกถ่ายไตแล้ว 2-6 เดือน ปริมาณความเข้มข้นของ cyclosporine (CsA) ในเลือดของผู้ที่รับประทานถั่งเช่า ต่ำกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน ซึ่งเป็นดัชนีชี้ว่า ถั่งเช่าช่วยในการยอมรับการปลูกถ่ายไตของร่างกายได้ดีขึ้นมาก (อ้างอิง)

การทำงานของหัวใจและหลอดเลือด
การศึกษาในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง 30 คน โดยให้รับประทานถั่งเช่า 3-4 กรัม/วัน ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ติดต่อกัน 26 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียงยาแผนปัจจุบัน จำนวน 34 คน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่ได้รับถั่งเช่ามีอาการต่างๆดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ อาการหายใจถี่ลดลง ซึ่งทำให้ไม่เหนื่อยง่าย สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายดีขึ้น อารมณ์/อาการทางจิตดีขึ้น และความต้องการทางเพศสูงขึ้น (อ้างอิง)

“ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปแล้วแต่บุคคล”

กรณีศึกษาฤทธิต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ
พบว่าการวิจัยในผู้ชาย 22 คน ใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริม พบว่าช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33% และมีผลลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29% และมีอีกกรณีศึกษาในผู้ป่วยทั้งชายและหญิง 189 คน ที่มีความต้องการทางเพศลดลง พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66% นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่าการรับประทานถั่งเช่าจะช่วยปกป้องและช่วยให้การทำงานของต่อมหมวกไต ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส และจำนวนของสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้เพิ่มขึ้น 300 % และช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86% อ้างอิง
“ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างไปแล้วแต่บุคคล”

————————–

เอกสารอ้างอิง

  1. อานนท์ เอื้อตระกูล, www.anonbiotec.com/cordyceps.html
  2. Zhang Z., Huang W., Liao S., Li J., Lei L., Leng F.et al., (1995).
  3. Holliday JC., Cleaver MP., (2008).
  4. Jiang JC., Gao YF.. (1995).
  5. Zhu JS., Halpern GM., Jones K., (1998).
  6. Wojcikowski K., Johnson DW., Gobé G., (2004).
  7. Niwa Y., Matsuura H., Murakami M., Sato J., Hirai K., Sumi H., (2013).
  8. Nagata A., Tajima T., Uchida M., (2006).
  9. Guo YZ,. (1986)
  10. Wan F., Guo Y., Deng X., (1998).
  11. Huang YL., Leu SF., Liu BC., Sheu CC., Huang BM., (2004).
  12. Jordan JL., Nowak A., Lee TD., (2010).
  13. Chen G., (1995)
  14. Ningqun Wang, Jie Li, Xiaobo Huang, Wenqiang Chen, and Yujing Chen. Herbal Medicine Cordyceps sinensis Improves Health-Related Quality of Life in Moderate-to-Severe Asthma. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, vol. 2016, Article ID 6134593, 8 pages, 2016.